การวัดการสั่นสะเทือนมอเตอร์ต้องวัดจุดไหนสรุปขั้นตอนแม่นยำ
การวัดการสั่นสะเทือนมอเตอร์ ต้องวัดจุดไหน สรุปขั้นตอนแม่นยำ
การวัดการสั่นสะเทือนมอเตอร์ต้องวัดจุดไหนสรุปขั้นตอนแม่นยำ

การทำแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกันและคาดการณ์ (Predictive Maintenance) สำหรับมอเตอร์ไฟฟ้าอุตสาหกรรม การวิเคราะห์ข้อมูลการวัดการสั่นสะเทือนมอเตอร์อย่างถูกจุดและถูกวิธีเป็นขั้นตอนสำคัญในการตรวจจับความผิดปกติทางกลไกก่อนที่เครื่องจักรจะชำรุดเสียหายหนัก การติดเซนเซอร์ผิดตำแหน่งหรือการเก็บข้อมูลไม่ครบแนวแกน จะทำให้สัญญาณความสั่นสะเทือนถูกลดทอน นำไปสู่การอ่านค่าคลาดเคลื่อนและการวินิจฉัยสาเหตุความเสียหายผิดพลาด

ตำแหน่งติดตั้งเซนเซอร์บนเสื้อตลับลูกปืนฝั่ง DE และ NDE ใน 3 แนวแกน

ตลับลูกปืนฝั่งขับเคลื่อน (Drive End - DE)

จุดติดตั้งเซนเซอร์หลักบริเวณโครงเสื้อตลับลูกปืนฝั่งเพลาที่ต่อเข้ากับคัปปลิ้ง (Coupling) หรือชุดเกียร์ เป็นจุดที่รับภาระแรงกดและแรงสั่นสะเทือนสูงสุด ต้องทำการวัดให้ครบทั้ง 3 แนวแกน

ตลับลูกปืนฝั่งไม่ขับเคลื่อน (Non-Drive End - NDE)

จุดติดตั้งเซนเซอร์บริเวณโครงเสื้อตลับลูกปืนฝั่งพัดลมระบายความร้อนด้านหลังมอเตอร์ ทำหน้าที่รับแรงประคองเพลา เพื่อเปรียบเทียบระดับความสั่นสะเทือนระหว่างฝั่งหน้าและฝั่งหลัง

ทิศทางการวัด 3 แนวแกนหลัก (Three Orthogonal Axes)

  • แนวตั้ง (Radial Vertical - V): ตรวจจับความแข็งแรงของฐานยึด (Structural Looseness) และการหลวมคลอนตัวของมอเตอร์

  • แนวนอน (Radial Horizontal - H): ตรวจจับภาวะความไม่สมดุลของโรเตอร์ (Unbalance) และแรงเหวี่ยงจากศูนย์กลาง

  • แนวแกนเพลา (Axial - A): ตรวจจับภาวะการเพลาเยื้องศูนย์ (Misalignment) และความผิดปกติของตลับลูกปืนรับแรงแนวแกน

ตารางประเมินระดับความสั่นสะเทือนมอเตอร์ตามมาตรฐาน ISO 10816-3

กลุ่มขนาดมอเตอร์อุตสาหกรรม (Group Class)

Zone A (ดีเยี่ยม)

Zone B (ยอมรับได้)

Zone C (ต้องเตือน/เฝ้าระวัง)

Zone D (อันตราย/ต้องหยุด)

Group 2: มอเตอร์ขนาดปานกลาง (15–300 kW)

< 1.4 mm/s RMS

1.4 – 2.8 mm/s RMS

2.8 – 4.5 mm/s RMS

> 4.5 mm/s RMS

Group 1: มอเตอร์ขนาดใหญ่ (> 300 kW) Rigid

< 2.3 mm/s RMS

2.3 – 4.5 mm/s RMS

4.5 – 7.1 mm/s RMS

> 7.1 mm/s RMS

Group 1: มอเตอร์ขนาดใหญ่ (> 300 kW) Flexible

< 3.5 mm/s RMS

3.5 – 7.1 mm/s RMS

7.1 – 11.0 mm/s RMS

> 11.0 mm/s RMS

5 ขั้นตอนการวัดความสั่นสะเทือนและการตั้งค่าเครื่องมือ SPM Instrument

1. การเตรียมความพร้อมของผิวสัมผัสหน้างาน (Surface Preparation)

ทำความสะอาดคราบจาระบี สนิม และขูดชั้นสีทาหนาบริเวณโครงเสื้อตลับลูกปืนออกให้เห็นเนื้อโลหะเรียบ เพื่อให้หัววัดส่งผ่านสัญญาณความถี่สูงได้อย่างสมบูรณ์

2. การเลือกวิธีการยึดติดเซนเซอร์วัดความสั่นสะเทือน (Sensor Mounting)

การใช้ฐานแม่เหล็กแรงสูง (Magnetic Base) เหมาะสำหรับงานเดินตรวจวัดตามรอบ (Route Measurement) ส่วนการขันเกลียวยึดแน่น (Stud Mount) ให้ความแม่นยำสูงสุดสำหรับตรวจวัดความถี่สูงสะสม

3. การกำหนดสเปกวัดบนเครื่องมือ (Instrument Parameter Setup)

ตั้งค่าหน่วยวัดเป็น ความเร็ว Velocity (mm/s RMS) สำหรับวิเคราะห์ปัญหาทางกลทั่วไป และตั้งค่า ความเร่ง Acceleration (g) หรือ Shock Pulse Method (SPM) สำหรับตรวจจับความเสียหายระยะเริ่มต้นของตลับลูกปืน

4. การวัดขณะมอเตอร์ทำงานในสภาวะโหลดปกติ (Normal Operating Load)

ทำการวัดเมื่อมอเตอร์อุณหภูมิเข้าสู่สภาวะเสถียร (Thermal Equilibrium) และทำงานที่ความเร็วรอบ (RPM) และโหลดปกติ จดบันทึกความเร็วรอบจริงหน้างานทุกครั้ง

5. การบันทึกและสร้างกราฟแนวโน้มความสั่นสะเทือน (Trend Analysis)

นำค่าที่วัดได้เข้าสู่ซอฟต์แวร์วิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง (Trend) ช่วยให้ตรวจพบสัญญาณการเสื่อมสภาพล่วงหน้าหลายสัปดาห์

การวิเคราะห์ความถี่เพื่อแยกแยะสาเหตุความผิดปกติทางกลไก

  • ภาวะโรเตอร์ไม่สมดุล (Unbalance): ความสั่นสะเทือนจะแสดงโดดเด่นที่ความถี่ 1 เท่าของความเร็วรอบ (1X RPM) โดยเฉพาะในแนวแกน Horizontal

  • ภาวะเพลาเยื้องศูนย์ (Misalignment): ความสั่นสะเทือนจะแสดงที่ความถี่ 1X RPM และ 2X RPM สูงเป็นพิเศษในแนวแกน Axial

  • ภาวะฐานยึดหรือชิ้นส่วนหลวมคลอน (Mechanical Looseness): เกิดความถี่พหุคูณฮาร์มอนิกหลายยอด (1X, 2X, 3X, 4X RPM) ร่วมกันในแนวแกน Vertical

  • ภาวะตลับลูกปืนชำรุด (Bearing Faults): ความสั่นสะเทือนจะเกิดขึ้นในย่านความถี่สูง (High Frequency) สัญญาณกระแทกจะเด่นชัดในย่าน Acceleration หรือ Shock Pulse (HD Technology)

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการวัดการสั่นสะเทือนมอเตอร์

Q1: การวัดการสั่นสะเทือนมอเตอร์ ควรตั้งหน่วยการวัดเป็น mm/s RMS หรือ g Acceleration?

A: สำหรับประเมินความสมบูรณ์ทางกลไกทั่วไป (Unbalance, Misalignment, Looseness) ให้ใช้หน่วย ความเร็ว Velocity (mm/s RMS) ตามมาตรฐาน ISO 10816 แต่หากต้องการตรวจจับการสึกหรอระยะเริ่มต้นของเม็ดลูกปืนหรือรางลูกปืน ควรใช้หน่วย ความเร่ง Acceleration (g) หรือเทคโนโลยี Shock Pulse (HD)

Q2: หากมอเตอร์ติดตั้งบนฐานยึดแบบ Flexible กับ Rigid จะมีเกณฑ์ระดับความสั่นสะเทือนต่างกันอย่างไร?

A: มอเตอร์ที่ติดตั้งบนฐานยึดแบบ Flexible (เช่น ยึดบนยางกันสั่น หรือโครงสร้างเหล็กโปร่ง) จะยอมรับระดับความสั่นสะเทือนยอมรับได้สูงกว่าฐานยึดแบบ Rigid (คอนกรีตหล่อแน่น) ตามตารางมาตรฐาน ISO 10816-3

Q3: เหตุใดจึงห้ามวางเซนเซอร์วัดความสั่นสะเทือนลงบนฝาครอบพัดลมระบายความร้อนของมอเตอร์?

A: เพราะฝาครอบพัดลมเป็นเพียงแผ่นโลหะบางที่มีความยืดหยุ่นสูง สัญญาณที่วัดได้จะเป็นความสั่นสะเทือนของแผ่นโลหะสั่นสะพือ ไม่ใช่ความสั่นสะเทือนจริงที่ส่งมาจากตลับลูกปืนและโรเตอร์ ทำให้ค่าที่ได้คลาดเคลื่อนและใช้งานไม่ได้

เพิ่มแม่นยำในการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน เลือกเครื่องมือวัดความสั่นสะเทือนจาก PAT

วางระบบเฝ้าระวังและวิเคราะห์ความสั่นสะเทือนของเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรมอย่างมืออาชีพ เลือกใช้นวัตกรรมเครื่องมือวัดความสั่นสะเทือนชั้นนำจาก บริษัท พี แอนด์ เอ เทคโนโลยี จำกัด (P & A Technology / PAT) ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือทางวิศวกรรม ระบบ Condition Monitoring และตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ SPM Instrument ในประเทศไทย

เราพร้อมส่งมอบเครื่องวัดความสั่นสะเทือนและวิเคราะห์สเปกตรัม (Vibration Meter & Analyzer), เซนเซอร์ SPM HD, ซอฟต์แวร์วิเคราะห์แนวโน้ม ตลอดจนบริการจัดอบรมเทคนิคการวัดความสั่นสะเทือนการประเมินตามมาตรฐาน ISO และการตั้งค่าเครื่องมือหน้างานโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แผนงานซ่อมบำรุงของโรงงานคุณดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม